post

สูตรหมักปลาหมึกย่าง น้ำจิ้มแซ่บ

เมนูอาหาร สูตรอาหาร “ปลาหมึกย่าง” พร้อมสูตรน้ำจิ้มรสแซ่บ จัดจ้าน สูตรนี้อร่อยสามารถทำขายเป็นอาชีพเสริมได้เลย ปลาหมึกสด ย่างไฟร้อนๆ กลิ่มหอมหวลชวนทาน เนื้อปลาหมึกกรอบนุ่มหนึบทานกับน้ำจิ้มแซ่บๆ เป็นอะไรที่เข้ากันมากๆ อร่อยไม่รู้เบื่อ ไปตลาดนัดที่ไรเป็นต้องอุดหนุน แต่ก็ใช่ว่าจะอร่อยไปทุกร้านนะ การทำปลาหมึกย่างนั้นแม้จะไม่ยุ่งยาก ใครๆ ก็ทำได้ แต่จะให้รสชาติออกมาอร่อยนั้นต้องมีสูตรมีเคล็ดลับเฉพาะตัวกันหน่อย สำหรับสูตรปลาหมึกย่างและสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เรานำมาฝากนี้ รับรองได้ว่าอร่อยเด็ดลูกค้าติดใจแน่นอน

ส่วนผสม

  1. เนื้อปลาหมึกหั่นชิ้น 500 กรัม
  2. หนวดปลาหมึก 500 กรัม
  3. น้ำต้มสุก 5ถ้วยตวง
  4. ซีอิ๊วดำหวาน 1ถ้วยตวง
  5. ขมิ้นผง 1-2 ถ้วยตวง
  6. ไม้ปลายแหลม

ส่วนผสม น้ำจิ้มซีฟู้ด

  1. พริกสดสีแดงและสีเขียวรวมกัน 100 กรัม
  2. กระเทียมกลีบใหญ่ 50 กรัม
  3. น้ำมะนาว (ใช้แบบขวดก็ได้) ¾ ถ้วยตวง
  4. น้ำปลา ½ ถ้วยตวง
  5. น้ำตาลทราย 100 กรัม
  6. น้ำเปล่า 100 กรัม

วิธีทำ ปลาหมึกย่าง

  1. ล้างปลาหมึกให้สะอาดและไม่มีกลิ่นคาว
  2. ให้นำปูนขาว (ปูนกินหมาก)1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 1 ลิตร นำปลาหมึกไปแช่ 10 – 15 นาที แล้วล้างน้ำสะอาด…ที่เป็นเคล็ดลับทำให้ปลาหมึกย่างกรอบอร่อย
  3. ผสมน้ำต้มสุกซีอิ๊วหวาน และผงขมิ้นเข้าด้วยกันเพื่อให้สีเหลืองน่ารับประทาน
  4. นำปลาหมึกไปแช่ในน้ำซีอิ๊วที่ทำเตรียมไว้ และยกแช่ในตู้เย็นหรือถังน้ำแข็งก็ได้ ประมาณ2 – 3 ชั่วโมง
  5. จากนั้นนำเนื้อปลาหมึกและหนวดปลาหมึกมาเสียบด้วยไม้ปลายแหลม
  6. นำปลาหมึกขึ้นย่างบนเตาถ่านพอสุกจนสุกทั้ง 2 ด้าน (อย่าให้สุกมากเพราะจะเหนียวและแข็ง) จัดใส่จาน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด

วิธีทำน้ำจิ้มซีฟู้ด

  1. นำน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อม ปิดไฟยกลง คนให้เย็น พักไว้
  2. ใส่พริกสด กระเทียม น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำเชื่อมในข้อที่ 1 ลงในโถปั่นน้ำผลไม้ ปั่นจนละเอียด เทใส่ภาชนะ จัดเสิร์ฟ

เคล็ดลับความอร่อยการเก็บปลาหมึกให้สดนาน

  • แช่ปลาหมึกในถังน้ำแข็ง โดยใส่ถุงพลาสติกมัดปากให้มิดชิด แล้วเอาน้ำแข็งโป๊ะทับไว้ข้างบนให้ท่วม เก็บได้นาน 3 วัน แต่ต้องคอยระบายน้ำแข็งที่ละลายออกอย่าให้มีน้ำค้าง ในถัง
  • อย่าแช่ปลาหมึกในตู้เย็น ช่องฟรีช จะทำให้ผิวปลาหมึกไม่สวยเวลาย่างจะดูไม่น่ากิน เมื่อน้ำแข็งละลายแล้ว เนื้อปลาหมึกจะเป็นรู ผิวปลาหมึกไม่ตึงและมีฟองอากาศอยู่ในเนื้อปลาหมึก
post

อาหารรสชาติจัดจ้าน

พิกัดร้านจัดจ้าน
📍 สาขา 1 : เอกชัย-บางบอน หนองแขม เพชรเกษม 69 ตรงข้ามโรงเรียนสารสาสน์วิเทศน์บางบอน
🕙 เปิด : 11.00 น. – 22.00 น.

📍 สาขา 2 : สำเพ็ง 2 ถนนกัลปพฤกษ์ บางแค ตรงข้ามกับไปรษณีย์ไทยสาขาสำเพ็งสอง
🕙 เปิด : 11.00 น. – 21.00 น.

สามารถแวะเข้ามาทางอาหารรสชาติจัดจ้านสมชื่อได้ที่สาขาใกล้บ้านท่านหรือ โทร. 061-862-3555 คุณตุ๊กตา เพื่อจองโต๊ะหรือสอบถามเส้นทางได้ค่ะ

———————————–

🚚 สำหรับบริการ Delivery เราก็มีให้ท่านได้โทรสั่งไปทานที่บ้านหรือออฟฟิศที่ทำงานของท่านเช่นกัน
ติดต่อร้านจัดจ้าน
LINE@ : https://line.me/R/ti/p/%40jadjaan
☎️ โทร : 061-862-3555 คุณตุ๊กตา

post

10 อาหารต้านมะเร็ง

มะเร็ง เกิดขึ้นได้อย่างไร

สาเหตุของการเกิดมะเร็งนั้นยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเกิดขึ้นและมีการแพร่กระจายได้อย่างไร แต่ในปัจจุบันแพทย์ได้มีการวิจัยและพบปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งก็มีความเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดน่าจะมาจากปลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน น้อยมากที่จะเกิดขึ้นจากปัจจัยเดียว โดยปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคมะเร็ง

 

มะเร็ง ต่างจากเนื้องอกอย่างไร ?

บางคนอาจจะยังมีความสงสัยอยู่ว่าการเป็นโรคมะเร็งกับการเป็นเนื้องอกนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร ในตอนนี้เราจะมาพูดถึงความแตกต่างของทั้งสองอาการให้เห็นกันชัดๆ โรคมะเร็งนั้นจะต่างจากการเป็นเนื้องอกก็ตรงที่ ก้อนเนื้อ หรือแผลที่เป็นมะเร็งนั้นจะลุกลามเข้าสู่อวัยวะข้างเคียงได้เร็วกว่า เข้าต่อมน้ำเหลือ แพร่กระจายเข้าสู่หลอดเลือด เข้าสู่กระแสเลือด ตลอดจนหลอดน้ำเหลืองต่อเนื่องไปยังอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกาย โดยมากมักแพร่สู่ปอด ตับ สมอง กระดูก และไขกระดูก ฉะนั้น โรคมะเร็งจึอาจมองได้ว่าเป็นโรคที่เรื้อรัง รุนแรง มีการรักษาที่ซับซ้อนและต้องทำอย่างต่อเนื่อง
เนื้องอก หรือโรคเนื้องอก อันได้แก่ การมีก้อนเนื้อที่ผิดปกติ จะแตกต่างจากก้อนเนื้อของมะเร็งตรงที่ก้อนเนื้อนั้นโตช้า ไม่ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะข้างเคียง ไม่ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง ไม่แพร่กระจายทางกระแสโลหิต ตลอดจนกระแสน้ำเหลือง ฉะนั้น การเป็นเนื้องอกทำการรักษาให้หายได้โดยการผ่าตัด
คราวนี้เมื่อรู้ถึงที่มาที่ไปของโรคมะเร็งแล้ว เรามาดูกันซิว่าการรับประทานประเภทไหนบ้างที่จะช่วยให้เรานั้นห่างไกล หรือมีโอกาสเสี่ยงจะเป็นโรคมะเร็งได้น้อยลง …

 

1. ผัก

ผักหลายชนิดที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง เพราะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น

– ผักสีเข้ม ไม่ว่าจะเป็นสีเขียว ส้ม แดง ม่วง เช่น ผักโขม แครอท มะเขือเทศ

– กะหล่ำต่างๆ เช่น กะหล่ำปลี บล็อกโคลี กะหล่ำดอก

– หัวหอม และกระเทียม

2. ถั่ว ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลิสง ที่นอกจากจะช่วยต้านมะเร็งแล้ว ยังดีต่อสุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยโปรตีนที่ดี และกากใยอาหารตามธรรมชาติ ขับถ่ายได้สะดวกอีกด้วย

3. ธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวบาเล่ย์ ข้าวโพด ข้าวสาลี ต้านมะเร็งก็ดี วิตามินบีก็ได้ ลดความดันโลหิตก็เยี่ยม

4. สาหร่ายทะเล เป็นแหล่งแร่ธาตุชั้นดี เต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากมาย มีให้เลือกทานหลายชนิด แต่ควรเลือกทานสลับชนิดกันไปเรื่อยๆ ไม่ควรทานสาหร่ายชนิดเดียวติดต่อกันนานเกินไป หรือใครอยากลองสาหร่ายพวงองุ่นก็ดีนะคะ เทรนด์กำลังมาเลยล่ะ

5. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ทั้งสตอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ เชอร์รี่ ทั้งอร่อยสดชื่น และมีประโยชน์มากมาย ทั้งวิตามินต่างๆ และกากใยอาหาร ทานสดจะได้คุณค่าสูงสุดค่ะ

6. ปลาน้ำเย็น ส่วนใหญ่จะเป็นปลาทะเล เช่น แซลมอน ที่มีโอเมก้า 3 และไขมันที่ดีต่อร่างกาย ปลาคอท ปลาแมคเคอเรล ปลาซาร์ดีน

7. เครื่องเทศต่างๆ เช่น เก๋ากี้ (หรือโกจิเบอร์รี่) พริกไทย กระเทียม หัวหอม ขิง โรสแมรี่ สามารถนำมาทำอาหาร หรือทานสดได้ (หากทานได้) ช่วยต้านมะเร็ง และกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย

8. โยเกิร์ต ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องการขับถ่าย และช่วยควบคุมน้ำหนักได้เท่านั้น แต่ยังช่วยต้านมะเร็ง เพราะมีสารอนุมูลอิสระ ช่วยการหมุนเวียนของโลหิต และชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย หรือจะลองกรีกโยเกิร์ต ที่เข้มข้นกว่า สารอาหารมากกว่า และมีโปรไบโอติกส์ที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดเชื้อราในช่องคลอดได้ดีกว่าด้วย

9. เห็ดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดออรินจิ และอื่นๆ ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด มีเส้นใยอาหารที่ช่วยเรื่องการย่อย และการขับถ่ายให้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้ยังมีวิตามินต่างๆ ที่ดีต่อร่างกายอีกด้วย

10. น้ำดื่มธรรมดาๆ นี่แหละ น้ำดื่มสะอาด ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้คล่องตัวขึ้น เป็นตัวกลางสำคัญที่จะทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการนำพาเอาของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้นอีกด้วย

post

เมนูอีสานที่ขาดน้ำปลาร้าไม่ได้

อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต

ซึ่งในแต่ละประเทศก็จะมีวัฒนธรรมอาหารการกินที่แตกต่างกันออกไป
แม้แต่ภูมิภาคของประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน
รวมถึงถิ่นอีสานในประเทศไทยบ้านเราที่มีสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง
อากาศค่อนข้างแห้งแล้ง และมีแม่น้ำสายใหญ่
จึงทำให้คนอีสานรู้จักแสวงหาวัตถุดิบในธรรมชาติมาดัดแปลงเป็นอาหาร
อาหารพื้นบ้านของคนอีสานหรืออาหารอีสานส่วนใหญ่มักจะมีรสเผ็ด
เปรี้ยว และเค็ม อาจจะกล่าวได้ว่ามีรสจัดและน้ำน้อย
โดยรับประทานคู่กับข้าวเหนียวและผักแกล้มต่างๆ ที่หาได้ง่าย
นอกจากนี้ยังมีวิธีการปรุงอาหารอีกหลากหลายวิธี เช่น อ่อม ลาบ ก้อย หมก ย่าง
ดอง คั่ว แจ่ว ลวก นึ่ง หรือป่น เป็นต้น
ทำให้อาหารอีสานมีรูปแบบที่หลากหลายชวนรับประทานมากขึ้น
สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้อย่างยิ่งในอาหารอีสาน
หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นดั่งลมหายใจของคนอีสานเลยก็ว่าได้ คือ “น้ำปลาร้า”
ซึ่งเป็นเครื่องปรุงอันเปรียบเสมือนกลเม็ดเคล็ดลับสูตรเด็ดของเมนูอาหารอีสานเกือ
บทุกตำรับ อย่างเช่นตัวอย่างเมนูอาหารอีสานที่เรานำมาเสนอในวันนี้


ลาบ เป็นอาหารที่นำเนื้อสัตว์มาสับให้ละเอียด
จากนั้นคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสต่างๆ
หากใส่เลือดหมูหรือเลือดวัวด้วยจะเรียกว่าลาบเลือด
เมนูลาบนี้คนอีสานทุกบ้านจะนิยมทำในงานบุญ เช่น งานบวช งานแต่ง
และงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น
สำหรับเมนูลาบปลาดุกก็เป็นหนึ่งในอาหารประเภทลาบที่ได้รับความนิยมมาก
เนื่องจากปลาดุกเป็นปลาน้ำจืดที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น ก้างน้อย ไม่มีเกล็ด
และยังมีรสหวานมันอร่อยถูกปาก


ซุปหน่อไม้
เป็นอาหารที่รู้จักกันดีและค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทุกภูมิภาคเพรา
ะมีกรรมวิธีในการปรุงที่ง่ายและไม่ยุ่งยาก
โดยจะนำหน่อไม้มาต้มหรือลวกให้สุกเสียก่อน
เพื่อเป็นการขจัดสารไซยาไนด์ที่อยู่ในหน่อไม้ดิบให้หมดไป
เนื่องจากถ้ารับประทานแบบดิบๆ จะเป็นพิษต่อร่างกายของเราได้

 

น้ำพริกปลาร้า หนึ่งในเมนูอาหารหมักของคนอีสานที่หลายคนมองว่า
มีกระบวนการทำที่ไม่ค่อยสะอาดถูกสุขลักษณะ
และยังมีกลิ่นที่ไม่ค่อยชวนให้เจริญอาหาร
จึงทำให้ผู้คนในเมืองมักจะปฏิเสธอาหารเมนูนี้
ซึ่งถ้าผ่านกระบวนการทำที่สะอาดและปรุงให้สุกก่อนรับประทานควบคู่กับผักสดหรือผักต้ม
จะพบว่าน้ำพริกปลาร้านี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างไม่คาดคิดเช่นกัน

 


แกงอ่อม คำว่า “อ่อม” เป็นวิธีการปรุงอาหารอย่างหนึ่งของคนอีสาน
ซึ่งเป็นแกงชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายแกงคั่ว
แต่อ่อมของคนอีสานจะมีลักษณะน้ำข้น ใส่ผักหลายชนิดแต่ไม่ใส่มะระ
และสามารถนำเนื้อสัตว์ทุกชนิดมาทำอ่อมได้ทั้งสิ้น

post

จัดจ้านง่ายๆผ่าน lineman

3 ขั้นตอนง่ายๆ สั่งอาหารร้านจัดจ้านผ่าน lineman

  1. เปิด App Lineman

2. ค้นหาร้าน jadjaan ตามภาพด้านบน

จากนั้นสั่งอาหารได้เลย!!  ง่ายๆ สะดวก แซ่บๆถึงหน้าบ้านท่าน

ขอบคุณ wongnai และ lineman

post

8 สัญญาณเตือนว่าลำไส้ของคุณมีปัญหา

8 สัญญาณเตือนว่าลำไส้ของคุณมีปัญหา ใครมีอาการเหล่านี้รีบหาหมอเลย!!

ในฐานะแพทย์ทางเลือก ฉันขอเน้นย้ำว่าความสำคัญของสุขภาพลำไส้มีผลต่อสุขภาพโดยรวม แต่คนส่วนใหญ่มักจะสันนิษฐานว่าอาหารไม่ย่อยคือสัญญาณเดียวที่บ่งบอกว่าลำไส้ของพวกเขามีปัญหา

อันที่จริงเป็นเพราะลำไส้มีส่วนเชื่อมโยงกับอวัยวะส่วนอื่นๆของร่างกายอย่างลึกซึ้ง

ซึ่งรวมถึงสมองและระบบภูมิคุ้มกันด้วย ฉะนั้นจึงมีสัญญาณเตือนมากมายที่บ่งบอกได้ว่าลำไส้ของคุณควรได้รับการฟื้นฟูใหม่ และนี่คืออาการเหล่านั้น

1. ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก
ข้อนี้ชัดเจนเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับการย่อยจะบ่งบอกว่าลำไส้ของคุณไม่สามารถย่อยอาหารให้กลายเป็นพลังงานได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตามแพทย์อาจบอกว่าคุณเป็นโรคลำไส้แปรปรวน โรคลำไส้รั่ว ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กมากเกินไป หรือโรคกรดไหลย้อนและจำเป็นต้องรับประทานยาทุกวัน ทว่านี่ไม่ใช่การรักษาต้นตอของอาการ เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้ลำไส้เสียหายรุนแรงได้ ดังนั้นคุณควรรักษาให้ถึงสาเหตุที่แท้จริง

2. ลดน้ำหนักไม่ลงโดยเฉพาะรอบเอว
คำอธิบายง่ายๆสำหรับข้อนี้คือลำไส้ของคุณส่งผลต่อกระบวนการเผาผลาญเนื่องจากไม่มีเชื้อจุลชีพในการย่อยไขมันหรือคาร์โบไฮเดรตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาคือของเสียจะถูกกักเก็บไว้เป็นเนื้อเยื่อไขมันซึ่งปกติจะสะสมอยู่ตามรอบเอวของคุณ

3. ไม่สบายบ่อย
ระบบภูมิคุ้มกันอย่างน้อยร้อยละ 70 อยู่ในลำไส้ของคุณซึ่งหมายความว่าหากลำไส้ขาดความสมดุลคุณก็มีโอกาสรับเชื้อไวรัสมากขึ้นและป่วยบ่อยเนื่องจากร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้ ด้วยเหตุนี้ฉันจึงแนะนำว่าควรรักษาลำไส้ของคุณก่อนที่จะต้องรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการ

4. ผิวพรรณเริ่มย่ำแย่
ผิวหนังของคนเราเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายและสามารถบ่งบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายใน ยกตัวอย่างเช่นคุณอาจสังเกตว่าเมื่อไหร่ที่คุณรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ผิวพรรณของคุณก็จะเปล่งปลั่ง แต่เมื่อใดที่คุณป่วยหรือรับประทานอาหารที่ไม่สะอาดใบหน้าของคุณก็จะหม่นหมองนั่นเป็นเพราะผู้ที่มีผิวพรรณดีมีแนวโน้มว่าจะมีแบคทีเรียลำไส้ดี ในทางกลับกันหากขาดความสมดุลก็จะหมายถึงการอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง และฮอร์โมนแปรปรวนทำให้คุณมีโอกาสเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคน้ำกัดเท้า โรคภูมิแพ้ ผิวแห้งหรือผิวมันมาก และโรคผิวหนังอักเสบ

5. เหนื่อยง่ายและรู้สึกเพลียตลอดเวลา
หน่วยงานป้องกันโรคติดต่อ (CDC) ประเมินว่ามีชาวอเมริกันอย่างน้อยหนึ่งล้านคนที่ป่วยเป็นโรคอ่อนเพลียเรื้อรัง CFS) ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากโรคลำไส้รั่ว ดังนั้นต้องรักษาสุขภาพของระบบย่อยอาหารก่อน

6. เครียด อารมณ์แปรปรวน หรือซึมเศร้า
รู้หรือไม่ว่าสารเซโรโทนินหรือสารสื่อประสาทที่ช่วยกำหนดอารมณ์ที่สำคัญของคุณร้อยละ 95 นั้นอันที่จริงอยู่ในลำไส้..ไม่ใช่อยู่ในสมอง ความสัมพันธ์การอยู่ร่วมกันระหว่างสุขภาพลำไส้กับสุขภาพประสาทจึงค่อนข้างชัดเจน

7. ความจำสับสน ความคิดไม่แจ่มใส
เช่นเดียวกับเครื่องตัดหญ้าที่ต้องเร่งความเร็วคุณอาจรู้สึกว่าสมองของตัวเองไม่แล่นเอาเสียเลย ลืมกระทั่งคำศัพท์ง่ายๆ ลืมว่าวางโทรศัพท์ไว้ที่ไหน และแม้กระทั่งการคิดเลขในใจ สาเหตุคือเมื่อลำไส้ของคุณอักเสบสมองก็อาจอักเสบด้วยเช่นกันและทำให้กระบวนการรับรู้ล้มเหลว

8. มีปัญหาภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
ลำไส้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เมื่อลำไส้รั่วแอนติบอดี้จะโจมตีอนุภาคที่หลุดออกไปซึ่งอาจกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันมากเกินไปจนนำไปสู่ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น ไทรอยด์หรือต่อมหมวกไตอ่อนล้า

ที่มา… issue247.com

Read More